รถไถประสานงาเก๋ง ก่อนรถทัวร์ชนซ้ำ คว่ำเจ็บอื้อที่ลพบุรี

เกิดเหตุรถไถเฉี่ยวชนรถเก๋งขวางกลางถนน ก่อนที่รถทัวร์โดยสารเบรกไม่ทัน พุ่งชนซ้ำคว่ำเจ็บระนาว 22 ราย พื้นที่ จ.ลพบุรี

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา รถไถชนกับรถเก๋งขวางกลางถนนสุรนารายณ์ โคกสำโรงจังหวัดลพบุรี รถทัวร์โดยสารวิ่งมาด้วยความเร็วพุ่งชนซ้ำอย่างจังทำให้รถเสียหลักตกถนนบาดเจ็บกว่า 20 ราย ร.ต.ท วรวัฒน์ ชลอปัญจศิลป์ ร้อยเวร สภ.เพนียด ได้รับแจ้งมีเหตุรถชนกันจำนวนหลายคันมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนประสานงานไปยังสมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ

สถานที่เกิดเหตุบนถนนสุระนารายณ์ ม.208-209 ม.9 ต.วังเพลิง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี พบรถไถการเกตรลากเทลเลอร์ยี่ห้อ ฟอร์ดเฉี่ยวชนเข้ากับรถเก๋งโตโยต้า บรอน ฎพ 6626 กทม.ได้รับความเสียหาย ห่างออกไปพบรถทัวร์ พลิกคว่ำตกลงอยู่ข้างถนน พบผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุจำนวนมากเจ้าหน้าที่ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโคกสำโรง ทั้งหมดจำนวน 22 ราย ในจำนวนนี้มีบาดเจ็บสาหัส 2 ราย

จากการสอบสวนพระที่เดินทางมากลับรถทัวร์ เล่าว่า อาตมากำลังจะเข้าห้องน้ำบนรถทัวร์ขณะเดินไป เห็นมีอุบัติเหตุรถไถชนกับรถเก๋งจอดขวางทางอยู่ เป็นจังหวะเดียวกันกับรถทัวร์มาด้วยความเร็วจึงเบรกไม่ทันพุ่งชนซ้ำเข้าใส่รถไถกับรถเก๋ง จนทำให้รถทัวร์เสียหลักตกลงข้างทาง ทำให้มีผู้บาดเจ็บดังกล่าว

จ๊ะ พูดตรง!! หนูอ่อย พี่แจ๊ค ผู้ชายในฝัน รักตั้งแต่อายุ 12

รักก็บอกว่ารัก แฟนก็บอกว่าแฟน ชัดเจนกันแบบสุดๆ ไปเลย สำหรับลูกทุ่งสาวเอวดี “จ๊ะ นงผณี มหาดไทย” หรือ “จ๊ะ อาร์สยาม” ที่ล่าสุดเจ้าตัวออกมายืดอกรับแบบเป็นทางการแล้วว่า สถานะหัวใจระหว่างเธอและนักร้องรุ่นพี่ “แจ๊ค ธนพล” สามารถใช้คำว่า “แฟน” ได้แล้ว ซึ่งจุดเริ่มต้นของความรักครั้งนี้เจ้าตัวเป็นคนเข้าไปจีบก่อน เนื่องจากชื่นชอบอีกฝ่ายมาตั้งแต่ตอนอายุ 12 พร้อมออกปากเรื่องความต่างของวัยไม่ใช่ปัญหาเลยแม้แต่นิดเดียว…

ความรักตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“ดีกว่างานค่ะ(หัวเราะ)”

กับพี่แจ๊ค ธนพล เป็นอะไรกัน ?
“เป็นแฟนค่ะ คือจริงๆ แล้วการที่เราบอกว่าคบกัน ทุกคนก็คิดว่าเป็นแฟนใช่ไหม แต่ถ้าเวลาเราตอบว่าคบกัน จ๊ะว่าทุกคนจะตอบอย่างนี้ดูใจกัน แต่จ๊ะด้วยความเป็นจ๊ะ จ๊ะก็ตอบว่าเป็นแฟน เพราะจ๊ะเป็นคนค่อนข้างที่จะตรงค่ะ”

ทำไมถึงได้มาคบกัน ?
“คือเราว่าง เราโสดค่ะ(หัวเราะ) แล้วพี่เขาก็เข้ามาพอดี (ยิ้ม) จริงๆ แล้วจ๊ะชอบพี่เขาตั้งแต่ตอนอายุ 12-13 แล้วค่ะ แล้วก็รู้ว่าพี่เค้าจะมาอยู่อาร์สยามเราก็ดีใจ เพราะว่าเราคิดอยู่แล้ว เราชอบผู้ชายคนนี้”

เราเดินหน้าจีบเขาก่อนด้วย ?
“อย่าใช้คำว่าจีบ เพราะเราเป็นฝ่ายหญิง ใช้คำว่าอ่อยดีกว่า (หัวเราะ)”

กลัวคนจะว่าว่าเราแรงไหม เพราะไปหาเขาก่อน ?
“ไม่แรงหรอก จริงๆ ก็มีคนมาชอบเรา แต่เราไม่ชอบ เราก็ต้องเลือกสิ่งที่เราชอบเท่านั้นเองค่ะ”

อ่อยเขานานไหม ?
“อ่อยแปปเดียว ผู้ชายคนนี้อ่อยแปปเดียว จริงๆ แล้วพี่เขาก็ชอบเรา แต่เขาคิดว่าเราหยิ่ง ที่เราไม่ค่อยคุยเพราะว่าเราอาย”

เหมือนเราก็เปิดตัวลงรูปคู่บ่อย ?
“เราเป็นคนติดโลกโซเชียลมาก ไปไหนก็อัพรูปลง”

เรียกว่าเห่อแฟนรึเปล่า ?
“เห่อตลอด มีคนไหนมาก็เห่อทุกคน(หัวเราะ)”
คนก็มองว่าเรามีแฟนเป็นทอมมาก่อน แล้วมาชอบผู้ชาย ?
“จริงๆ การมีแฟนเป็นทอมเนี่ย ก่อนหน้าที่จะมีแฟนเป็นทอม เรามีแฟนผู้ชาย แล้วพี่นักข่าวๆ ก็ถามว่า จะชอบผู้ชายหรือชอบทอม เราก็บอกเลยว่าได้หมด คือเราเน้นเรื่องที่ว่า ใครอยู่กับเราแล้วสบายใจ แค่นั้นจบ เพราะจ๊ะเป็นคนที่ค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเอง ชีวิตข้างหน้าเราก็ไม่รู้ว่าเลิกกับพี่แจ๊คแล้วมาคบกับทอมก็ไม่แน่ เราก็เลยคิดว่าได้ทั้งคู่เลยค่ะ”

และถ้าเกิดเราไปเจอทอมที่ถูกใจ พี่แจ๊คจะไม่เสียใจเหรอ ?
“คือตอนนี้เราแฮปปี้เพราะเราเพิ่งเริ่มคบกัน ก็ยังไม่ได้มองใคร แต่เราก็คิดว่าพี่เค้าก็ตามใจเรามาก เขาโตแล้ว ก็สอนอะไรเราหลายๆ อย่าง”

พี่แจ็คกลัวไหมว่าเราจะกลับไปชอบทอมอีกครั้งหนึ่ง ?
“เขาไม่กลัวทอมนะ เขากลัวผู้ชายมากกว่า”

มีคุยกันเรื่องอนาตตไหมเพราะพี่แจ็คก็อายุเยอะแล้ว?
“ไม่มีคุยเรื่องอนาคตเลยค่ะ เพราะว่าเราคบกันไป เหมือนว่าวันนี้เราคุยกันแล้วแฮปปี้ ก็แค่นั้นเอง อายุเราห่างกัน 14-15 ปีค่ะ แต่หน้าพี่เขาพอๆ กับหนูเลยนะ”

เรื่องอายุมีปัญหาไหม ?
“ไม่มีปัญหาเรื่องอายุเลยค่ะ มีแต่ปัญหาเรื่องเราเอาแต่ใจ เพราะเราค่อนข้างที่จะเด็กกว่าพี่เขาเยอะ”

คิดว่าเราเปิดตัวแฟนแรงเกินไปไหม ?
“จริงๆ จ๊ะเป็นคนที่ค่อนข้างตรงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเรื่องอะไร ถ้ามีปัญหา จ๊ะตอบตรงๆ อยู่แล้ว เพราะจ๊ะเป็นคนตรงมาก แต่ถ้าคนมองว่าแรงไปไหม มันไม่มีประโยชน์ตรงที่ว่า ถ้าเราเป็นแฟนกัน เราไปเดินห้างไปกินข้าวด้วยกันแล้วมาบอกว่าเป็นพี่น้อง จ๊ะว่ามันไม่ใช่ประโยชน์ จริงๆ คนก็ต้องมองว่าเราสร้างภาพ แล้วคนที่มองว่าจ๊ะโปรโมทเพลง มันก็ไม่ใช่เลย เพราะว่าเราคุยกันมาก่อนหน้านี้แล้ว แค่ไม่ได้มาโพสต์รูป ก็ไม่ได้โปรโมทเพลงนะคะ”

เขารู้ไหมว่าเราชอบเค้ามาตั้งแต่อายุ 12 ?
“เขามองว่าเป็นเรื่องตลก เขาไม่เชื่อเราเลย แต่หนูชอบเขาตั้งแต่อายุ 12 จริงๆ เป็นหนุ่มในฝัน แต่ตอนนี้กลายเป็นชายแก่ในฝัน (หัวเราะ)”

ไม่ส่องไม่ได้? ไฮโซม่านฟ้า ชุดลูกไม้แหวกอก ราคาเหยียบล้าน

แย่งซีนซุป’ตาร์ทั้งงานกันไปเลย สำหรับนักธุรกิจสาวพันล้าน “ไฮโซม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา” ที่ล่าสุดเจ้าตัวโผล่มาร่วมงานประกาศผลรางวัลในชุดลูกไม้สุดเซ็กซี่ จนบรรดาช่างภาพรัวชัตเตอร์กันแทบไม่ทัน ซึ่งพอเราเข้าไปสอบถามถึงราคา ต้องบอกได้คำเดียวเลยว่าชวนอึ้งแบบสุดๆ เพราะชุดนี้เจ้าตัวลงทุนจ้างดีไซน์เนอร์แบรนด์ดังให้ช่วยตัดให้ใหม่ในราคาเหยียบล้าน!!

เท่านั้นไม่พองานนี้สาวม่านฟ้าก็ยังถือโอกาสเคลียร์ความเข้าใจผิดหลังมีเว็บไซด์ดังนำภาพถ่ายของเธอไปแอบอ้างในเชิงธุรกิจให้เราฟังอีกด้วย…

ชุดของเราวันนี้ฮือฮามาก ?
“สำหรับชุดวันนี้นะคะก็คือเป็นชุดที่ตัดใหม่เลย ซึ่งต้องขอบคุณทางแบรนด์มากๆ ที่ยอมใจอ่อนตัดให้ (ยิ้ม) ส่วนราคาของชุดนี้บอกเลยว่าราคาแพงมาก ขนาดม่านฟังยังตกใจเองเลยเพราะราคาเหยียบล้าน คือถ้าสังเกตช่วงหน้าอกให้ดีๆ นะคะ เวลาเราใส่ชุดแนวนี้มันก็จะเห็นว่าเป็นสีขาวเหมือนปกติทั่วไป แต่สำหรับชุดนี้พอใส่แล้วมันจะให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าไม่ใส่ ซึ่งถ้ามองกันด้วยตาเปล่าจะรู้ว่าใส่ แต่ถ้ามองผ่านกล้องจะดูเหมือนไม่ใส่เลยค่ะ คือดูไม่หลอก ดูไม่ปลอม”

ทำไมเราถึงลงทุนเยอะขนาดนี้ในการเลือกชุดออกงาน ?
“ปีหนึ่งม่านออกงานใหญ่แบบนี้แค่ 1-2 ครั้ง เองค่ะ ดังนั้นเราก็ต้องให้เกียรติเจ้าของงานเขาด้วย ซึ่งมันก็คือสาเหตุที่ทำให้ม่านตัดสินใจตัดใหม่หมดเลย ลูกไม้ที่ใช้ก็นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี แซ่บมาก”

เรามีส่วนในการช่วยออกแบบชุดนี้บ้างไหม ?
“จริงๆ ทางแบรนด์เขามีชุดหนึ่งค่ะที่ม่านชอบเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว และม่านก็คิดว่าถ้าจะให้แบรนด์ไหนช่วยตัดชุด แบรนด์นี้ก็น่าจะโอเคที่สุด แถมม่านสนิทกับเจ้าของแบรนด์อยู่แล้วด้วย และชุดนี้เขาก็ยังเป็นคนที่ลงมาตัดให้ด้วยตัวเอง สุดท้ายชุดนี้ก็เป็นแบบที่เห็นค่ะ คือเขาใส่ความตั้งใจเข้าไปเยอะมากจริงๆ เป๊ะมากค่ะ”
กลัวไหมว่าการเลือกชุดออกงานของเราครั้งนี้จะมีดราม่าเหมือนหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา ?
“ช่วงแรกๆ ม่านโดนว่าเยอะมากค่ะเรื่องชุด และการใส่ชุดซ้ำกันของดาราก็เป็นอะไรที่ธรรมชาติมากๆ เพราะว่าดาราเขาออกงานกันทุกวัน แต่สำหรับงานนี้พอเรามีเวลาเตรียมตัวเยอะหน่อยเราก็เลยตัดชุดใหม่ทัน ส่วนงานไหนที่เวลาเตรียมตัวน้อยเราก็ต้องไปเช่าไปยืมเขาบ้าง ซึ่งม่านอยากให้เข้าใจตรงนี้ด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นม่านก็จะพยายามไม่ใส่ชุดซ้ำคนอื่นเพื่อให้แฟนๆ ได้เห็นชุดใหม่ๆ (ยิ้ม)”

ถามถึงกรณีที่มีคนนำภาพเราไปแอบอ้างโฆษณาเชิงธุรกิจ ?
“ใช่ค่ะ มีคนส่งข่าวมาให้ม่านดูเยอะมาก แถมข้อความที่เขาเขียนมันก็ค่อนข้างจะหมิ่นๆ ด้วย ซึ่งอาจจะทำให้คนอ่านเข้าใจผิดได้ ดังนั้นในเมื่อตอนนี้ม่านทราบเรื่องแล้ว ม่านก็อยากจะฝากไปถึงคนนำรูปม่านไปใช้หน่อยนะคะว่าถ้าจะใช้จริงๆ กรุณาโทรบอกเลขาส่วนตัวม่านด้วย จ่ายค่าพรีเซ็นเตอร์ให้เรียบร้อยและม่านจะถ่ายให้สวยๆ กว่านี้แน่นอน (ยิ้ม) เอาจริงๆ นะคะเรื่องนี้กระทบกับการทำงานของม่านเหมือนกัน เพราะว่าเวลาคนที่เขาเห็นหน้าเรากับแบรนด์เขาก็จะคิดว่าเป็นของๆ เรา ซึ่งตัวนี้ไม่ใช่เลย”

มีคนใกล้ตัวมาบอกเราเยอะไหมว่าเขาแอบเอาภาพเราไปใช้ ?
“มีเยอะมากค่ะ เอารูปม่านถ่ายกับรถไปลงและบอกว่าเธอทำได้ยังไงเดือนละ 200,000 บาท ซึ่งจริงๆ ม่านหาได้เดือนหนึ่งเยอะกว่านั้นนะคะ เขียนน้อยไป”

เราคิดจะฟ้องเขาเลยไหมกับสิ่งที่เขาทำ เพราะเราเองก็บอกว่ามันค่อนข้างกระทบกับชีวิตเรา ?
“ไม่อยากทำอะไรเลยค่ะ เพราะม่านก็อยู่แบบนี้ของม่านแฮปปี้แล้ว แต่ถ้าคุณยังไม่หยุดหรือคุณยังดื้อรั้นจะใช้ต่อ ม่านก็คงต้องขอให้ทนายของม่านเรียกตัวมาคุยนิดหนึ่งนะคะ แต่ ณ ตอนนี้ก็อย่างที่บอกค่ะเตือนก่อน เพราะม่านไม่ได้โกรธแค่อยากให้รู้เฉยๆ ว่าม่านไม่โอเค มันทำให้เราเสียหาย แถมมีคนเข้าใจผิดด้วย”

สุดสลด! แม่กลับบ้านไม่เจอลูกชาย พบเพียงสุนัขเฝ้าหน้าห้อง

แม่เลิกงานกลับบ้านไม่เจอลูกชาย พบเพียงสุนัขของลูกเฝ้าหน้าห้องไม่ห่าง พร้อมเห่าท่าทีแปลกๆ เอะใจเคาะประตูเรียกลูกพบว่าห้องล็อก ตัดสินใจพังประตูดูถึงกับเข่าอ่อนพบลูกชายผูกคอเสียชีวิตแล้ว

เรื่องราวสุดสลดในครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 22 ก.พ. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ร.ต.ท.หญิง ศุภนันท์ จิตรเนียม รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งว่ามีคนผูกคอตนเองภายในห้องนอนของบ้านพักแห่งหนึ่งย่านหมู่ที่ 1 ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊งเดินทางไปตรวจสอบ

จากการตรวจสอบภายในบ้านพักหลังดังกล่าวที่ชั้น 2 พบว่ามีสุนัขเพศผู้ชื่อเจ้าบัวขาว อายุประมาณ 1 ปี นั่งเฝ้าหน้าห้องไม่ห่าง เจ้าหน้าที่ต้องให้ญาตินำตัวสุนัขไปไว้ยังจุดอื่นเพื่อเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ โดยจากการตรวจสอบภายในห้องดังกล่าว พบศพ นายจีรภัทร อายุ 18 ปี สวมกางเกงยีนสีน้ำเงิน สวมเสื้อโปโลสีดำ และสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ โดยใช้เชือกไนล่อนผูกคอตนเองกับคานเหล็กของหลังคาโดยมีตู้ลำโพงล้มอยู่ปลายเท้า ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นตู้ลำโพงที่ผู้เสียชีวิตรายนี้ใช้ยืนผูกคอ จากการตรวจสอบไม่พบบาดแผลและร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง

สอบถามไปยังคุณแม่ของผู้เสียชีวิต คุณแม่เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ลูกชายเพิ่งเรียนจบที่จังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นบ้านเกิดได้ไม่นาน ระยะหลังมานี้มักบ่นกับตนเองและยายเสมอว่าเครียดและน้อยใจแฟนสาวที่คบกันมานาน ฝ่ายหญิงได้ตีตัวออกห่างทำให้ลูกชายเกิดความเครียดจึงขอมาหางานทำที่จังหวัดสมุทรปราการ ตนเองจึงไปรับมาอยู่ด้วย
โดยในวันนี้ทราบเพียงว่าลูกชายซึ่งไปสมัครงานไว้และจะเข้าทำงานวันแรก ตนเองก็ไม่ได้เอะใจอะไรและออกไปทำงานปกติ กระทั่งช่วงสายลูกชายโทรศัพท์ไปแจ้งว่าจะกลับมาบ้านพักเนื่องจากวินจักรยานยนต์รับจ้างไปส่งที่บริษัทไม่ถูก ตนจึงบอกให้กลับมาพักผ่อน จนกระทั่งเลิกงานกลับมาเห็นบ้านเงียบผิดปกติ ตะโกนเรียกลูกชายไม่มีเสียงตอบและพบเจ้าบัวขาวสุนัขที่ลูกชายเลี้ยงมาแต่เล็กนั่งเฝ้าและเห่าหอนอยู่ที่หน้าห้องของลูกชาย นึกเอะใจไปเคาะประตูเรียกแต่ไม่ตอบ จึงพังประตูเข้าไปก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อพบว่าลูกชายผูกคอเสียชีวิตแล้ว หลังจากตั้งสติได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

ขณะที่คุณยายวัย 70 ปี ยายของผู้เสียชีวิตออกมาระบุว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันหลานชายได้ขอไปนอนด้วยและเอ่ยปากถามตนเองว่า หากตัวเองตายไปยายจะทำเช่นไรและจะอยู่ได้ไหม ซึ่งตนเองก็ไม่คาดคิดว่าจะเป็นคำพูดลางบอกเหตุในครั้งนี้ของหลานชาย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงบันทึกประจำวันในเบื้องต้น ทางครอบครัวไม่ติดใจสาเหตุการตาย ส่วนแรงจูงใจการก่อเหตุในครั้งนี้สันนิษฐานว่า เกิดจากความน้อยใจแฟนสาวที่คบกันมาหลายปีและถูกตีตัวออกห่างในระยะหลังนี้ จึงเกิดความเครียดตัดสินใจผูกคอตนเองเสียชีวิตในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามได้มอบร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งที่สถาบันนิติเวช ร.พ.ตำรวจ

โบว์ แวนด้า น้ำตาคลอ หลังมีคอมเม้นท์ใช้ชื่อปอหาเงิน

คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว “โบว์ แวนด้า” น้ำตาคลอ แจงเหตุโพสต์ไอจี ถูกกล่าวหาใช้ชื่อสามี ปอ ทฤษฎี หากิน บอกถ้าจะด่า ให้ด่าตนคนเดียว

เป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ทั้งต้องทำงาน และคอยดูแลลูกๆ หลังจากที่สูญเสีย “ปอ ทฤษฎี สหวงษ์” ไป แต่กลับต้องมาเจอกับคอมเม้นท์บางคอมเม้นท์ที่ทำให้บั่นทอนจิตใจ สำหรับ “โบว์ แวนด้า” จนทำให้ต้องโพสต์ชี้แจงลงในอินสตราแกรมส่วนตัว และทำให้หลายคนแอบเป็นห่วง ล่าสุด ทางโบว์ แวนด้า ก็ได้พูดถึงเรื่องดังกล่าวโดยระบุว่า…

หลายคนเป็นห่วงที่โพสต์ในไอจี?

“ปกติไม่ค่อยจะมีอะไรแบบนี้ใช่ไหม(ยิ้ม) จริงๆแล้วเรื่องก็คงจะมาจากเรื่องโซเชียลอะไรต่างๆ อะค่ะ ซึ่งโบว์ก็เข้าใจว่าทุกอย่างในโลกโซเชียลมันมีทั้งดีและไม่ดี มีทั้งคนที่ชอบเราและไม่ชอบเรา ซึ่งไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร ไม่ชอบก็คือไม่ชอบเราก็เข้าใจ

แต่ที่ผ่านมาโบว์ก็ได้รับรู้ทั้งดีและไม่ดีเกี่ยวกับตัวโบว์ ด่าบ้าง ตำหนิบ้าง แต่ในสิ่งที่ตำหนิติเตียนมาโบว์รับนะคะ ก็เหมือนคอยเตือนสติตัวเราว่าเราทำถูกไหม ถ้าไม่ถูกก็ยินดีที่จะนำคำเหล่านั้นมาปรับปรุงตัว

แต่ถ้าในเรื่องของการด่าหยาบๆคายๆ หรือว่าดูถูกคนอื่นและก็บั่นทอนจิตใจคนอื่นด้วยคำพูดที่ไม่สมควร บางทีเราก็รู้สึกไม่ดี แต่ในใจก็รู้ว่าไม่จำเป็นต้องแคร์คนพวกนี้ แต่บังเอิญว่ามันเป็นคำพูดที่มีพี่ปอ เข้ามาเกี่ยว มีลูกเราเข้ามาเกี่ยว

เราก็เลยรู้สึกว่า แล้วคือไม่เข้าใจคือการที่คนรักของเราหรือว่าใครก็ตามแต่ในครอบครัวที่เรารัก จากเราไปไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตายมันมีความเสียใจในตัวอยู่แล้ว แล้วไม่ใช่ว่าโบว์เสียใจคนเดียว ทุกครอบครัวเผชิญกับการสูญเสีย ทุกครอบครัวก็เสียใจ

แต่อาจจะเสียคนที่เรารักต่างรูปแบบต่างสถานการณ์กันออกไป แต่โบว์เชื่อมั่นว่าสิ่งที่เหมือนกันก็คือความรู้สึกโศกเศร้าและเสียใจที่มันต้องมีอยู่แล้ว แล้วก็ในเรื่องความเชื่อต่างๆมันก็เป็นความเชื่อของตัวบุคคล

บุคคลใดเชื่อแบบไหนก็เป็นเรื่องของคนนั้นมันไม่มีความเชื่อใดถูกหรือผิด ถ้าโบว์ยังคงสอนลูกให้เขารักพ่อเขาผ่านรูปภาพ ผ่านสิ่งของพ่อเขา โบว์ก็ไม่รู้สึกว่ามันจะผิด กับการที่วันหนึ่งเราจะสอนให้ลูกรู้ว่าผู้ชายคนนี้ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ คือพ่อของเขา รักเขามากแค่ไหน ก็อยากจะให้เขารักพ่อเขา(เสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอ)

ก็เลยไม่เข้าใจว่าผิดตรงไหน สอนให้ลูกอยู่กับความหลอกลวงตรงไหน มีบอกว่าเอาลูกเอาสามีมาหากินก็งงว่าโบว์ทำอะไรที่เป็นของพี่ปอแล้วโบว์ทำขาย หรือว่าโบว์ไปต้มตุ๋น ไปหลอกลวงใคร ทุกวันนี้โบว์ทำงานมีโอกาสดีๆงานดีๆมารอตรงหน้าโบว์ ถามว่าโบว์ก็ต้องรับ

แต่ละงานไม่ใช่ง่ายๆนะคะ ไม่ได้หากินง่ายนะคะ ทุกงานพอมันผ่านออกมาด้านหน้าคนมองอาจจะรู้สึกว่าสบาย อาชีพนี้สบาย ไม่ต้องทำอะไรมากก็ได้เงิน แต่มันไม่ใช่นะคะ ในทุกอาชีพมันมีความเหนื่อยความยาก ไม่ว่าอาชีพนั้นจะมีค่าตอบแทนน้อยหรือมาก แต่มันมีคุณค่ามีศักดิ์ศรีของมัน

เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่โบว์ยึด คือสิ่งที่พี่ปอพูดกับโบว์ตลอด คือคนเราจะมีค่าก็ต่อเมื่อมีงานทำ อยู่ที่ว่างานนั้นคุณตั้งใจกับมันหรือเปล่า และในทุกๆงานที่โบว์ได้รับโอกาสมามันไม่ใช่ง่ายๆสำหรับโบว์ เพราะโบว์ไม่เคยมีประสบการณ์ทางด้านนี้

แต่ ณ วันหนึ่งถ้าโบว์รับงานมาแล้ว มีโอกาสดีๆมาแล้ว โบว์ตั้งใจ ทุ่มเท ทำไม่ได้ก็ต้องทำให้ได้ ให้มันออกมาดีที่สุด โบว์ก็เลยรู้สึกว่างานอะมันไม่ได้ง่ายนะ ไม่ได้นั่งรอ นอนรอ แล้วมีคนโอนเงินเข้าบัญชีมาให้โบว์ใช้ทุกวัน มันไม่ใช่”
มันบั่นทอนจิตใจเรา ทำให้เรากดดัน และเสียใจไหม?

“เอาง่ายๆมันไม่ใช่แค่โบว์หรอกค่ะ ถ้าเป็นท่านอื่นที่โดน มันก็รู้สึกบั่นทอนจิตใจทุกคนอยู่แล้ว โบว์แค่ถามว่ามือคุณอยู่บนคีย์บอร์ด คุณสามารถที่จะพิมพ์ จะบั่นทอนจิตใจใครไม่ใช่แค่โบว์คนเดียว แค่รู้สึกว่ามันน่าจะมีกฎหมายอะไรมารองรับตรงนี้ คำที่สะเทือนใจที่สุดคือเอาพี่ปอมาเกี่ยว ดีนะขุดกระแสขึ้นมา เอาพี่ปอมาอ้างเพื่อทำมาหากินต่อไป เอาลูกมาทำมาหากิน

คือถ้าด่าโบว์อะ ด่ามาเลยโบว์ไม่สน แต่เราอะยังทำใจไม่ได้กับการที่เอาพี่ปอเอาลูกเข้ามาเกี่ยว ซึ่งลูกเราก็ไม่รู้เรื่อง มันก็เลยรู้สึกแบบ เห้ย ด่าโบว์เหอะ อย่าไปยุ่งกับพี่ปอ เพราะ ณ วันนี้และต่อไปในอนาคตจนโบว์ตายอะโบว์ก็ยังให้ลูกโบว์รักพ่อเขาผ่านสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เห็นว่านี่แหละคือพี่ปอ โบว์ก็ยังสอนลูกโบว์ต่อไป”

ทุกวันนี้เรายังเลือกที่จะรับรู้ในสิ่งที่เขาคอมเม้นท์ไม่ดีอยู่ไหม?

“ปกติแล้วโบว์ก็จะอ่านทั่วไป เพราะว่าเราก็จะดูด้วยว่า เราทำอะไรที่มันไม่เหมาะสมหรือเปล่า ก็จะมีบางคนบอกน้องโบว์ค่ะอย่าอย่างนั้นอย่างนี้เลยนะคะ เราก็จะเออ เราทำแบบนี้ไปหรือเปล่าป้าปู เราก็จะพยายามดูว่าหรือทำอันนี้ไม่ถูกหรือเปล่า

คือสิ่งเหล่านี้อ่านผ่านตาบ้างก็ดีเพื่อเป็นการเตือนสติเรา ว่าเราทำสิ่งที่เหมาะหรือไม่เหมาะ แต่อย่างที่บอกถ้าเป็นคำหยาบ ด่าแบบไม่มีเหตุผลแบบนี้บางทีมันก็…(ส่ายหัว)”

จะมีการเอาเรื่องหรืออะไรไหม?

“ไม่ค่ะ ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำมันสร้างผลดีต่อคุณก็ทำต่อไป แต่เชื่อว่าคนที่ทำอะอาจจะยังไม่เคยพบกับการสูญเสีย หรือว่าไม่มีคนรักเขา หรือเขาไม่เคยรักใคร ก็เลยไม่เห็นคุณค่าของความรัก”

อยากขอบคุณกำลังใจที่ยังส่งมาให้เราเสมอไหม?

“ขอบคุณมากจริงๆค่ะ หลายๆกำลังใจก็ทำให้รู้สึกว่าทำไมเราต้องไปรู้สึกอะไรมากมายกับคำพูดแค่ไม่กี่ประโยค ก็ดีค่ะ ก็ทำให้โบว์รู้สึกเข้มแข็งขึ้น ทำให้เรารู้สึกว่าอะไรที่มันยากๆก็ต้องผ่านไปให้ได้ ถ้า ณ วันหนึ่งเรารู้แล้วว่ามีคนชอบเราที่ไหนก็รู้เลยว่ามีคนเกลียดเราแล้ว ก็ต้องยอมรับให้ได้ทั้งคนชอบ ทั้งคนเกียดเรา”

จะมีผลต่อการตัดสินใจรับครั้งต่อไปไหม?

“ไม่มีค่ะ ยังยึดคำพี่ปออยู่ คนเราจะมีคุณค่าต่อเมื่อมีงานทำเท่านั้น แล้วงานทุกงานก็เป็นสิ่งที่เขาหยิบยื่นให้เรา โบว์เป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้ทำงานง่ายๆ ไม่ใช่คนที่ไม่เคยลำบากมาก่อน เคยไขว่คว้าโอกาสเหมือนกัน เคยอยากจะได้โอกาสเหมือนคนอื่นเขา เคยพยายามหาโอกาสให้ตัวเองแต่สุดท้ายก็ไม่ได้โอกาส เคยรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน

ณ วันนี้แม้โอกาสนั้นจะได้มาด้วยอะไรก็ตามแต่ นั่นคือสิ่งที่มีคุณค่าต่อชีวิตเรา ถ้าโอกาสนั้นดี เป็นงานอะไรก็แล้วแต่ ที่ทำแล้วมีคุณค่ากับตัวเอง สร้างประสบการณ์ให้ตัวเอง แม้กระทั่งทำแล้วมะลิได้เรียนรู้ในสิ่งที่เขาไม่เคยเรียนรู้ โบว์ก็ยังคงรับงานต่อไป”

ห่วงน้องมะลิไหมว่าโตมาแล้วอาจจะต้องมาอ่านเจออะไรแบบนี้?

“ก็คงอธิบายให้น้องฟังว่ามันคืออะไร แล้วก็คงต้องอธิบายว่าสังคมปัจจุบันก็เริ่มอยู่ยาก อยู่ที่ว่าเราจะปรับตัวอยู่ในสังคมยังไงให้เราดี ก็แค่หลีกเลี่ยงคนไม่ดี สังคมที่ไม่ดีแค่นั่นค่ะ”

จบดราม่า! ฌอห์ณ ยันไม่เคยพูด ไม่อยากร่วมงาน เอสเธอร์

หลังจากที่ปล่อยให้ประเด็นดราม่า “จิ้นแตก” คาราคาซังมานาน แถมฝ่ายหญิงอย่างสาว “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” ก็ออกมาเคลียร์ผ่านสื่อไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว!!

ล่าสุดก็ถึงคิวที่หนุ่ม “ฌอห์ณ จินดาโชติ” ต้องออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวกับเขาบ้าง โดยเฉพาะเรื่องที่หลายคนยังคงสงสัยกรณีออแกไนซ์งานอีเว้นท์ออกมาแฉว่าพระเอกหนุ่มคือคนที่ปฏิเสธร่วมงานกับสาวเอสเธอร์ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?? ซึ่งหนุ่มฌอห์ณก็ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จในมุมของตัวเองถึงเรื่องนี้ให้เราฟังว่า…

“มันก็ไม่มีอะไรมากครับเพราะทางผู้ใหญ่กับทางผู้จัดการของผมก็ได้ชี้แจงไปหมดแล้ว มันก็เป็นแค่การคุยงานติดต่องานที่ไม่ตรงกันตั้งแต่แรกในตอนท้ายในฐานะผู้ว่าจ้าง ก็เลยต้องถามผู้ว่าจ้างว่าต้องการจะทำงานแบบไหน ต้องการจะทำงานคู่ก็ว่าไปตามงานคู่ ถ้าทำงานเดี่ยวก็ต้องถามลูกค้าว่าจะเลือกแบบไหน เพราะการจะรับงานอีเว้นท์ของผมไม่เคยมีปัญหาในการทำงานอีเว้นท์ที่ไหนเลย ซึ่งเราเข้าใจว่ากระบวนการในการบอกต่อมันอาจจะมีปัญหาทำให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา แต่ตัวเราเองได้คุยกับทางลูกค้าแล้วว่าปัญหามันคืออะไรเข้าใจตรงกันไหม ซึ่งลูกค้าก็โอเค แต่ผมไม่อยากให้พอไปเล่ากันปากต่อปากเรื่องราวเลยบานปลาย ส่วนผมมีหน้าที่ในการชี้แจงปัญหาทุกอย่าง”

เราไม่ได้เป็นคนออกปากว่าไม่อยากร่วมงานกับเอสเธอร์ใช่ไหม ?
“ผมไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว เพราะเรายังถามเขากลับไปว่าถ้าจะรับงานคู่ก็ต้องมีการคุยกันไหม เพราะนักแสดงทุกคนจะต้องทราบอยู่แล้วในเรื่องของเรตราคา ซึ่งตอนแรกเรารับงานปกติเหมือนทางที่ผู้จัดการแจ้งไป และหลังจากนั้น 3 วัน เรามารู้จากการโพสต์ของคนอื่นว่าเราต้องร่วมงานกับเขา เราเลยรู้สึกว่ามันไม่ได้มีปัญหาที่ตัวบุคคล แต่เรามีปัญหาในเรื่องของการคุยงานที่มันไม่เป็นผู้ใหญ่ เรารู้สึกแค่ว่าบอกตรงๆ ก็ได้เพราะผมเป็นนักแสดง จะทำอะไรก็ได้ แค่คุณแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าเท่านั้นเอง ถามว่ารู้สึกกดดันไหม ไม่โกรธครับที่บ้านผมไม่มีใครโกรธเลย”

ทางเอสเธอร์บอกว่าเป็นเราที่ไม่อยากร่วมงานด้วย ?
” ก็อย่างที่บอกครับความจริงก็คือความจริง ผมไม่ได้มาตีโพยตีพาย โชคดีที่มีผู้หลักผู้ใหญ่ในวงการหลายท่านเข้ามาช่วย ผมต้องขอบคุณพี่เอกกี้ด้วยเพราะถ้าไม่ได้พี่เอกกี้ผมก็แย่เหมือนกัน แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีการเคลียร์กันเพราะไม่ได้มีใครติดต่อมาเราก็เลยไม่ได้ติดต่อไป เนื่องจากเรารู้สึกว่าทุกคนได้บอกเหตุผลในส่วนของตัวเองไปหมดแล้ว ต่อไปถ้าจะร่วมงานก็แค่ดิวงานกันใหม่”

ในเรื่องของวินัยการทำงานที่ทางออแกไนซ์บอกว่าเรามาสาย ?
“เขานัดผมประมาณบ่าย 2 และงานเริ่มบ่ายสาม 3 ตอน 2 โมง 15 ผมยังขออนุญาตเขาไปปัสสาวะอยู่เลย พี่เอกกี้มาตอน 2 โมง 15 ผมก็ยังคุยกับแกอยู่ เอาจริงๆ นะครับในฐานะนักแสดงผมคิดว่าเรื่องวินัยเป็นสิ่งสำคัญมาก แค่คุณมาสายก็แย่แล้ว และมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะผิดพลาด ถ้าสมมุติผมมาสายจริง ผมคงเดินไปคุยกับทางเจ้าของงานตั้งแต่แรกแล้วเพราะในวันงานที่พี่นักข่าวก็อยู่ แต่ผมรู้สึกว่าตัวผมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร และผู้ใหญ่ก็อยู่ในงานก็เลยไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอะไร ถามว่างงไหมที่ทางนั้นออกมาพูด ไม่งงครับ เพราะคนเรามีเหตุผลหลายแบบ คนเรามีหลายประเภท เขาก็อาจจะเป็นคนอีกประเภทหนึ่งที่เป็นคนละแบบกัน”

สามารถร่วมงานกับทางออแกไนซ์ทีมนี้ได้อีกไหม ?
“จ้างมา คุยให้ตรงครับแล้วผมจะไป”

มีดราม่าแจกผลไม้ให้ เอสเธอร์ ?
“ผมไม่ชอบนะ ผมไม่มีความเห็นด้วยเกี่ยวกับการแบ่งทีม เพราะสุดท้ายแล้วเราก็ยังเป็นพี่น้องในวงการเดียวกันไม่ช้าหรือเร็วเราก็ต้องเจอกันไม่ว่ากับใครก็แล้วแต่ ผมยังอยากมองหน้าแล้วพูดคุยกับเขาได้ปกติ ผมรู้สึกว่าการไปแจกผลไม้มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย มันไม่ใช่เทศกาลนี้ด้วย (หัวเราะ) การแสดงความคิดเห็นสามารถแสดงได้แต่อย่าไปทำร้ายกัน ส่วนเรื่องที่ผมโดนหาว่าไม่อยากร่วมงานกับทางนั้น ผมคิดว่าเดี๋ยววันหนึ่งเขาก็คงเข้าใจเอง เพราะผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้มีปัญหา แต่ไม่ได้มีการคุยกันนอกรอบเลย เพราะไม่ได้รับการติดต่อมา ผมทราบทุกอย่างจากที่พี่ๆ บอกและรู้จากการลงรูป ซึ่งผมก็รู้สึกว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง เราก็ยึดตามเหตุผลของเรา ผิดก็ว่าไปตามผิดถูกก็ว่าไปตามถูก”

เราไม่อยากอธิบายอะไรเลยเหรอให้คนที่เขาอาจจะกำลังเข้าใจเราผิด ?
“ยิ่งพูดเรื่องมันก็จะยิ่งไม่จบครับ ผมเป็นห่วงคนในครอบครัวและแคร์คนรอบข้างมากกว่า และงานผมยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ ถ้าจะให้มาแคร์แค่งานอีเว้นท์งานเดียวมันก็ไม่ใช่ ถ้าตัวเราผิดแล้วก็ออกมาชี้แจงว่าเราผิดอะไร และเรื่องที่เราพูดมันก็คือรายละเอียดของการทำงานทั้งหมดแล้ว”

ตอนนี้มีการแบ่งทีมกันแล้ว ?
“ผมไม่ได้แบ่งทีมครับ ก็จ้างมาอย่างที่บอก ละครถ้าจ้างมาผมก็ไป งานอีเว้นท์ถ้าจ้างมาแล้วถูกต้องตามกระบวนการผมก็ไป ขอแค่ให้ผมทราบล่วงหน้าว่าคุณต้องการอะไรบ้าง ผมคิดว่าในฐานะนักแสดงแค่บอกตรงๆ เราก็ยินดีทำให้”

ความรู้สึกของเราที่มีต่อ เอสเธอร์ ยังเหมือนเดิมไหม ?
“(นิ่งคิด) ผมก็เรื่อยๆ นะ อาจจะมีจุกๆ บ้าง ก็รู้สึกว่าเขาแค่เข้าใจผิด เดี๋ยววันหนึ่งเขาก็จะเข้าใจถูกมันแค่คนที่มองต่างมุมถ้าเรามองในมุมเขาก็เข้าใจ เพราะถ้าเขารับสารมาแบบนั้นโดยที่ไม่ได้ฟังทั้งหมด ก็อาจจะเข้าใจได้แบบนั้น ก็เลยรู้สึกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวทุกอย่างจะคลี่คลายเองในวันหนึ่ง แต่ผมก็ยินดีจะร่วมงานกับเขานะ และผมพูดวันนี้ก็จะจบวันนี้พรุ่งนี้ผมไม่พูดแล้ว เพราะจริงๆ เรื่องนี้มันผ่านมาเป็นเดือนแล้วทำงานอื่นมาหลายอย่างแล้วมันจะไม่จบถ้าคุณคิดจะพูดอยู่ ถ้าเรื่องมันจะจบก็คือทุกคนคิดที่จะเงียบ”

เรายังร่วมงานกับเอสเธอร์ได้อยู่ใช่ไหม ?
“ได้ครับ เพราะทางผู้ใหญ่ พี่ป้อน (นิพนธ์ ผิวเณร) ก็เรียกผมเข้าไปคุยว่า แพลนละครของผมจะเป็นยังไงแล้วอยากร่วมงานกับใครบ้าง”

แสดงว่าเรามีแพลนจะได้ร่วมงานกับเอสเธอร์จริงๆ ?
” ผู้ใหญ่เขาก็วางๆ กันอยู่ครับ ผมก็ตอบได้แค่นี้เพราะทางน้องเขาอาจจะยังไม่ทราบ เพราะถามพี่ป้อนเขายังไม่ได้คอนเฟิร์มเคาะเรื่อง แต่ถามพี่ป้อนแค่บอกกับผมว่าพี่ยังอยากให้ฌอห์ณร่วมงานกับน้องอยู่นะเพราะเป็นเคมีที่ดี เดี๋ยวเขาคงหาเรื่องที่เหมาะสมถ้าไฟนอลเมื่อไหร่เดี๋ยวก็คงจะมีคนโทรมาบอกผมเอง ถามว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้เราสองคนอาจจะไม่ได้ร่วมงานกันแล้วหรือเปล่า ผมไม่มีปัญหาครับขอแค่จ้างมาและพูดมาให้ตรง เพราะผมยังต้องทำงานหาเงินจะมาใช้ทัศนคติว่าไม่รับงานกับคนนั้นคนนี้ ผมก็คงตายครับ บ้านผมลำบาก”

เรายังสนิทใจในการทำงานกับเอสเธอร์ไหม ?
“สนิทใจครับ เพราะว่าไม่ใช่ปัญหาของผมกับน้อง แต่เป็นปัญหาของคนกลางที่คุยงานไม่เคลียร์เท่านั้นเอง”

เหมือนคนกลางจะลักไก่ให้เราทำงานร่วมกันใช่ไหม ?
“ผมไม่พูดแบบนั้นดีกว่าครับ เพราะเขาก็มีเหตุผลของเขา เพียงแต่มุมของผมที่รับสารมาคือผมรับสารมาแค่นี้”

เรื่องที่ เคน ภูภูมิ โพสต์ว่าอย่าเห็นแก่ตัว ?
“เขาก็ตอบแล้วนี่ว่าไม่ได้หมายถึงใคร เป็นคำสอนดีๆ ก็โอเคครับ ผู้ชายเขาไม่คิดอะไรกันแบบนั้นหรอก มีอะไรเขาก็คุยกับผมตรงๆ มากกว่า ถามว่ายังร่วมงานกับเคนได้ไหม ผมอยากร่วมงานกับช่อง 3 อยู่แล้ว ถามว่าได้คุยกับเคนบ้างไหม ไม่ได้คุยครับ เคยเจอครั้งถึงสองครั้งตามงาน ก็ทักทายสวัสดีกันในฐานะพี่น้อง แต่ก็ไม่ได้ไปโกรธเคืองหรืออะไร เพราะเราก็เข้าใจในมุมของเขา และเขาก็ออกมาพูดว่าไม่ได้หมายถึงเรา ดังนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องคิดอะไรมาก ผมไม่เคยทะเลาะกับใครและผมก็ไม่ชอบทะเลาะกับใคร เพราะสุดท้ายแล้ววงการมันแคบปีหน้าก็อาจจะเจอกันก็ได้ เราร่วมงานด้วยกันดีๆ ดีกว่า”

มีอะไรอยากฝากคนที่อยู่ทีม ฌอห์ณ ไหม ?
“บอกตรงๆ เลยครับว่าทุกครั้งที่มีปัญหาหรือสงคราม ไม่มีผลดีต่อทั้งสองฝ่ายเลย เพราะทุกคนก็จะมีบาดแผลหรือเจ็บตัว สุดท้ายก็อยากจะฝากบอกว่าคุณชอบใครก็สนับสนุนเขา คุณไม่ชอบใครก็อย่าไปทำร้ายเขา เพราะสุดท้ายแล้วคนที่คุณชอบและคุณไม่ชอบ เขาอาจจะมาร่วมเฟรมกันและอาจจะมาเป็นเพื่อนสนิทกันในชีวิตก็ได้ ฉะนั้นสนับสนุนคนที่เรารักและก็ช่วยเหลือนกันดีกว่าไปทำร้ายคนอื่น เพราะผมก็บอกเหมือนกันว่าอย่าไปคอมเม้นท์ทำร้ายกัน เราอยู่ในจุดตรงนี้ดีแล้ว อยู่เฉยๆ ดีที่สุด”

“ทางครอบครัวจินดาโชติ รวมถึงครอบครัวก้องธรนินทร์ กำลังจะสร้างอุโบสถที่บุรีรัมย์ อำเภอนางรอง วัดหัวสะพาน ตอนนี้ก็เรี่ยไรเงินมาได้นิดหนึ่งแล้ว แล้วขาดอยู่เยอะมากเลยครับ ซึ่งทางผมก็เปิดบัญชีอยากให้ทุกคนมาร่วมอนุโมทนาบุญ ซึ่งก็เรี่ยไรเงินประมาณถึงเดือน 5-6 สามารถติดตามรายละเอียดได้จากอินสตาแกรมผม ก็อยากให้มาร่วมบุญกันเยอะๆ เพราะทางวัดยังขาดแคลนอยู่อีกเยอะมาก ถามว่าตอนนี้ผมขาดงบประมาณอีกประมาณเท่าไหร่ ตอนนี้ผมมีอยู่ 200,000 ครับ ขาดอยู่อีกประมาณ 800,000 กว่าบาท อยากให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงบอกต่อ เพราะถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ดีกว่าทำอย่างอื่น”

การทำบุญนี้ถือว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์หรือเปล่า ?
“ถ้าจะสะเดาะเคราะห์ไปเล่งเน่ยยี่ก็ได้ (หัวเราะ) ไม่ต้องครับ เพราะทุกเรื่องสอนให้เรามีประสบการณ์ชีวิตและมีสติไปกับมัน”

ญาติหนุ่มแบงก์ยิงตัวตายแฉกลับ เพื่อนบ้านปีนเสาเคยใส่ร้าย

กรณีนายนายสุทธิชาติ อายุ 37 ปี เกิดอาการเครียดปีนเสาวิทยุที่อาคารอำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม หลังครอบครัวตนเองมีปัญหากับนายนราวัฒน์ อายุ 31 ปี หนุ่มธนาคาร จนเป็นเหตุให้คู่กรณีรายนี้ตัดสินใจยิงตัวตายในรถเก๋งของตัวเอง เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ภรรยาของนายสุทธิชาติ ให้ข้อมูลต่อเจ้าหน้าที่ว่า สามีตนมีอาการคิดมากหลังเกิดเหตุปัญหากับนายนราวัฒน์ (หนุ่มธนาคาร) ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านกัน พร้อมเล่าว่าเคยถูกเพื่อนบ้านรายนี้ใช้อาวุธปืนยิง และมีการแจ้งความดำเนินคดี ล่าสุดนายนราวัฒน์ คู่กรณีเครียดจัดจนใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต พร้อมกล่าวอ้างว่าญาติและเพื่อนๆของผู้ตายได้ พยายามโพสต์เฟสบุ๊ครุมต่อว่าครอบครัวตน และกล่าวหาว่าครอบครัวตนเป็นต้นเหตุให้คู่กรณียิงตัวตาย และยังโพสต์ไม่ให้คนมาซื้อของที่ร้านค้าของตน ทำให้สามีเกิดความเครียด

ล่าสุดญาติของนายนราวัฒน์ ผู้ตาย ให้ข้อมูลกับ Sanook News! ว่านายสุทธิชาติเคยทะเลาะกับผู้ตายเรื่องที่จอดรถ เนื่องจากบ้านของนายสุทธิชาติ อยู่หัวมุมและมีการจอดรถขวางทาง ทำให้ผู้ใช้เส้นทางขับรถผ่านด้วยความลำบาก และก็เป็นสาเหตุให้เกิดการวิวาทกัน เรื่องราวลุกลามมาตลอดจนกระทั่งคืนวันหนึ่งนายสุทธิชาติขับรถซูซุกิคาริเบียนสีขาว พุ่งชนบริเวณประตูรถเก๋งของนายนราวัฒน์ ซึ่งขณะนั้นนายนราวัฒน์นั่งอยู่ในรถเพื่อเก็บของเหมือนจงใจให้เกิดอุบัติเหตุ เป็นเหตุให้นายนราวัฒน์โกรธจึงใช้อาวุธปืนยิงใส่รถเพื่อตอบโต้ ภายหลังนายสุทธิชาติยังขับรถพุ่งชนท้ายรถเก๋งของนายนราวัฒน์จนได้รับความเสียหาย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกไว้ได้อย่างชัดเจน
จนกระทั่งนายสุทธิชาติ แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ดำเนินคดีกับนายนราวัฒน์ที่ใช้อาวุธปืนยิง ขณะเดียวกันยังเดินทางไปให้สัมภาษณ์ผ่านทางรายการของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง โดยให้ข้อมูลขัดแย้งจากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิด ขณะเดียวกันยังได้ส่งข้อความร้องเรียนไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของนราวัฒน์ในเชิงตำหนิ และประจาน
ญาติฝ่ายนายธนาคารยังเล่าว่า หลังนายสุทธิชาติพร้อมภรรยาออกรายการโทรทัศน์ ครอบครัวนี้ยังคงเดินสายไปร้องเรียนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับเร่งรัดคดีให้จับกุมนายนราวัฒน์ ขณะที่มีการต่อสู้ทางคดีปรากฏว่ามีเฟสบุ๊คปริศนาพยายามส่งข้อความมากรรโชกทรัพย์นายธนาคารรายนี้ด้วย ในที่สุดนายนราวัฒน์จึงเกิดความเครียดและยิงตัวตาย
พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนมีความพยายามวางแผนเพื่อต้องการผลประโยชน์บางอย่าง จึงอยากออกมาให้ข้อมูลอีกด้านให้คนในสังคมได้พิจารณากับสิ่งที่เกิดขึ้น

เอมมี่ ตอบข้อสงสัย!! เม้าท์ร้ายเกาเหลา ชมพู่ อารยา

ขนาดเป็นปาร์ตี้วันคล้ายวันเกิดแท้ๆ ยังเจอกับประเด็นดราม่าให้ต้องปวดหัวซะได้ สำหรับนักแสดงสาว “เอมมี่ มรกต” หลังเจอแมงเม้าท์กระพือข่าวหนักเวอร์ว่า เธอและซุป’ตาร์ เพื่อนซี้ “ชมพู่ อารยา” ซดเกาเหลากันเอง ถึงขนาดไร้เงาอีกฝ่ายมาร่วมงานฉลองวันเกิดเหมือนทุกปี!!!

ซึ่งล่าสุดขณะที่สาวเอมมี่จัดงานแถลงข่าวเปิดสตูดิโอปั่นจักรยานในร่ม “RYDE Cycle” เจ้าตัวก็ได้ถือออกมาชี้แจงให้เราฟังกันแบบชัดๆ ถึงสาเหตุที่สาวชมพู่ได้เดินทางมาร่วมงานในวันนั้นให้บรรดาขาเม้าท์ได้หายข้องใจแล้วว่า…

“วันเกิดที่ผ่านมาก็ดีนะคะ ถือว่าเป็นวันเกิดอีกปีหนึ่งที่ได้อยู่กับเพื่อนๆ และคนที่เรารัก อีกอย่างรู้สึกโชคดีที่ปีนี้คุณพ่อคุณแม่บินมาหาจากที่ประเทศอังกฤษเลยมีโอกาสได้ไปทำบุตรด้วยกัน ส่วนตอนเย็นก็มีงานปาร์ตี้ โดยการจัดปาร์ตี้วันเกิดครั้งนี้มี่ตั้งใจไม่ขอของขวัญจากเพื่อนๆ แต่จะให้เพื่อนร่วมกันหยอดกล่องบริจาคแทน เพื่อนำเงินไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทางภาคใต้ ซึ่งยอดเบ็ดเสร็จที่รวมได้ก็ประมาณเกือบ 400,000 บาท ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนมากค่ะที่มาทำบุญร่วมกัน ชาติหน้าเราได้เกิดมาเจอกันแน่ (ยิ้ม)” เอ่อ…สำหรับเงินที่ได้มาจากงานในวันนั้น ก็มีครึ่งหนึ่ง คิด เบญจรงคกุล เขาส่งไปเพื่อให้ความช่วยเหลือบ้างแล้ว แต่อีกครึ่งหนึ่งนั้นเขาก็รอให้เราว่างพร้อมกันและก็จะได้ชวนเพื่อนๆ ไปลงพื้นที่ในภาคใต้ด้วยตัวเอง (ยิ้ม)”

คุณพ่อคุณแม่มาเมืองไทยครั้งนี้ตั้งใจว่าจะมาร่วมลุ้นอุ้มหลานด้วยเลยไหม ?
“ลุ้นกันมาตั้งนานแล้วค่ะ (หัวเราะ) แต่จริงๆ มี่เชื่อว่าท่านเองก็คงไม่ได้อยากจะกดดันมี่เท่าไหร่หรอก เพราะตอนนี้มี่ก็กดดันตัวเองมากแล้ว แต่อย่างที่ทราบเนอะธุรกิจหลายๆ อย่างของมี่ตอนนี้ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วเหมือนกัน มี่ก็เชื่อว่าหลังจากนี้คงมีเวลาทำการบ้านมากขึ้นค่ะ (หัวเราะ)”

คุณแฟนได้ทำเซอร์ไพรส์พิเศษให้เราบ้างหรือเปล่า ?
“ไม่มีค่ะ ปีนี้มี่ไม่ได้ขออะไร และตัวเขาเองก็ไม่ได้ให้อะไรมี่ด้วย อีกอย่างตอนที่คุยว่าจัดงานวันเกิดกับคิดเขาก็ช่วยออกความเห็นด้วยว่าจะให้มีกิจกรรมหาเงินไปทำบุญกัน”

หลายคนจับตามองว่าทำไม ชมพู่ อารยา ถึงไม่มาร่วมงาน ?
“ตอนนี้ทุกคนก็น่าจะทราบดีนะคะว่าชมพู่เขาตั้งครรภ์อยู่ ซึ่งช่วงนั้นก็เป็นช่วงที่เขาต้องดูแลตัวเองมากๆ เนื่องจากเขาค่อนข้างเหนื่อยง่ายเพลียง่าย มี่ก็เลยบอกกับเขาว่าไม่เป็นไรมันเป็นแค่ปาร์ตี้เฉยๆ ซึ่งหลายคนก็พยายามสร้างประเด็นว่าเราทะเลาะกันนู่นนันนี่ แต่มี่ยืนยันนะคะว่าไม่มีอะไรเลย และที่สำคัญมี่อยากให้เขาใช้เวลาตรงนี้รักษาตัวมากกว่า เพราะตัวมี่เองก็เป็นห่วงหลานเหมือนกัน”

จริงๆ วันงานเขามีบ่นให้เราฟังไหมว่าอยากมาร่วมงานด้วย ?
“ไม่หรอก คือมันแค่งานปาร์ตี้เนอจะจัดเมื่อไหร่ก็ได้ มันไม่ได้แบบว่ามีอะไรเลย แถมหลังจากงานจบมี่ก็ไปหาเขาที่บ้าน ไปช่วยดูแลเขาเหมือนกัน”

เรากับเพื่อนๆ เห่อหลานขนาดไหน ?
“เห่อมาก (ลากเสียงยาว) เพราะตอนนี้คุณชมเขาใช้สิทธิ์คนท้องแบบเต็มที่จริงๆ นิดๆ หน่อยๆ ก็ต้องให้เพื่อนๆ ช่วยดูแล (ยิ้ม) อย่างตัวมี่เองตอนนี้ก็โชคดีเพราะมีให้เห่อถึงสองคน คือของชมพู่และก็ของแตงกวา ถือว่าดีค่ะเต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น เพื่อนๆ อย่างเราก็ต้องผลัดเวรกันไปช่วยดูแลไปคุยไปเล่นตลกให้เขาดู (หัวเราะ)”

หลายคนอาจจะสงสัยได้เหมือนกันว่าทำไมเราไม่ค่อยลงรูปตอนที่ไปเยี่ยม ?
“เราก็โตกันแล้วเนอะ มันก็คงไม่จำเป็นจะต้องโชว์ให้ทุกคนเห็นหรอกว่าเราไปอะไรอย่างนี้ เข้าใจนะว่าพี่ๆ อยากเห็น แต่บางทีเราก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่อยากจะถ่ายรูปนึกออกมะ (หัวเราะ) รอให้สวยๆ ก่อนดีกว่าค่อยถ่าย”

สุขภาพของพี่ชมพู่ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“ล่าสุดที่ไปเยี่ยมก็ยังแพ้ท้องอยู่ค่ะ ยังทานข้าวไม่ค่อยได้ แต่พอพวกเราไปเล่นตลกให้ดูนิดๆ หน่อยๆ หรือไปพูดคุยกับเขาเขาก็จะทานได้เยอะขึ้น”

เห็นเพื่อนท้องแล้วแบบนี้เราอยากจะรีบมีของตัวเองเลยไหม ?
“อยากมีนะ แต่ก็ให้ชมเขาได้ใช้สิทธิ์คนท้องของเขาก่อนดีกว่า เพราะถ้าเราท้องอีกคนเดี๋ยวเพื่อนๆ จะงงๆ (หัวเราะ) ของมี่ลุ้นไปค่ะไม่รู้ว่าจะมาเมื่อไหร่ แต่ก็ตั้งเป้าว่าอยากให้เป็นปีนี้เหมือนกัน เพราะทุกวันนี้ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ”

หวังว่าทริปต่างประเทศจะมีน้องกลับมาเนอะ ?
“ค่ะ มี่ก็จะสู้เต็มที่ สู้เพื่อทุกคน (หัวเราะ) เพราะทริปนี้เราจะไปอิตาลี่กันประมาณ 11 วัน”

พ่อค้าแทบช็อก ลูกค้าสั่งพวงมาลัย 1.1 ล้านพวง แก้บนหลวงพ่อทันใจ

พ่อค้าแทบช็อก ลูกค้าสั่งพวงมาลัยดอกมะลิ 1.1 ล้านพวง แก้บน เจ้าของร้านดอกไม้ยืนยันเรื่องจริง แต่ลูกค้าขอเลื่อนไม่อยากเป็นข่าว

หลังจากที่ก่อนหน้านี้เจ้าของร้านพวงมาลัยดอกมะลิ บริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุดอยคำ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สร้างความฮือฮาด้วยการเปิดเผยว่ามีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่สั่งทำพวงมาลัยดอกมะลิเพื่อแก้บนหลวงพ่อทันใจที่วัดพระธาตุดอยคำเป็นจำนวนถึง 1.1 ล้านพวงมากที่สุดเป็นประวัติการณ์เท่าที่เคยมีการแก้บนมา ซึ่งการแก้บนมีขึ้นหลังจากมารดาของข้าราชการคนดังกล่าวหายไปตามที่ได้บนขอไว้

ล่าสุด นายอ๊อด เจ้าของร้านป้าศิลป์ดอกไม้สด บริเวณทางขึ้นวัดพระธาตุดอยคำ ยืนยันว่าได้รับการติดต่อให้จัดทำพวงมาลัยดอกมะลิทั้งหมด 1.1 ล้านพวงตามที่เป็นข่าว โดยมีการติดต่อไว้ล่วงหน้าราว 1 เดือน แต่เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา กลับปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่าง ๆ ทำให้ข้าราชการคนนี้ไม่สบายใจเพราะไม่ต้องการเป็นข่าว จึงโทรศัพท์มาเลื่อนการแก้บนไปโดยไม่มีกำหนด ซึ่งทางร้านก็ยินดีผลิตพวงมาลัยดอกมะลิได้ทันทีที่มีการยืนยันวันเวลาแก้บนมา คาดว่าอาจสั่งทำในช่วงเดือนเมษายนเนื่องจากเป็นช่วงที่ดอกมะลิออกดอก ไม่ขาดตลาดเหมือนในช่วงนี้
สำหรับราคาพวงมาลัยดอกมะลิ นายอ๊อดยืนยันว่ายังไม่มีการกำหนดราคาตามที่เป็นข่าว เพราะจะต้องดูราคาหน้าสวน เนื่องจากดอกมะลิมีราคาขึ้นลงแบบวันต่อวัน

ทั้งนี้ยอมรับว่าเป็นการแก้บนครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นที่วัดพระธาตุดอยคำ พร้อมยืนยันว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 สัปดาห์ ในการผลิตพวงมาลัยดอกมะลิทั้งหมด 1.1 ล้านพวง

ลือสนั่น!! หนิง แอดมิทโรงพยาบาลเพราะหลุดลูกคนที่สอง

วันวาเลนไทน์ทั้งทีแต่กลับต้องนอนแอดมิทอยู่ในโรงพยาบาล สำหรับคุณแม่คนสวย “หนิง ปณิตา” ซึ่งงานนี้ก็มีกระแสข่าวเม้าท์ลือออกมาอย่างหนาหูว่า สาเหตุที่สาวหนิงต้องแอดมิทนั้นเพราะเธอได้แท้งลูกคนที่สอง

ล่าสุด หนิง ปณิตา ได้ออกมาเปิดใจให้ฟังว่า ที่ต้องนอนโรงพยาบาลเพราะไม่สบายติดมาลูกสาว “น้องณิริน” พร้อมยอมรับกำลังปรึกษาแพทย์เพื่อมีลูกอีกหนึ่งคน แต่ยังไม่สำเร็จเนื่องจากร่างกายไม่แข็งแรง แต่เธอและครอบครัวก็ยังไม่ท้อขอสู้อีกสักครั้งหนึ่ง

เห็นในไอจีปล่อยให้น้องณิรินเล่นเองเลอะเอง ตามธรรมชาติของเด็กเลย?
“โห นางลุยมาก ล่าสุดนางไปทำนา ไปปลูกข้าว เก็บไข่ ไปเล่นผจญภัยเขาก็มีความสุข เวลาเราเลี้ยงลูกเราอยากให้ลูกเราช่วยตัวเองให้ได้มากที่สุดในวันที่เราไม่ได้อยู่ตรงนั้นคอยช่วยเหลือเขา และอยากให้เขาเป็นเด็กที่ไปไหนก็ได้แต่ต้องไม่เป็นภาระของใคร”

ออกงานครั้งแรกแต่ดูน้องไม่ค่อยตื่นคนเลย?
“ยังแอบลุ้นอยู่ เพราะนางอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่ช่วงเช้าไม่ค่อยสบาย เวลากินยาแก้หวัดก็จะอารมณ์ไม่ดี เราก็เลยต้องเจรจาคุยกันก่อนนิดนึง เราก็บอกไปว่าณิรินขา เราต้องมีมารยาทนะลูก เดี๋ยวโดนเขียนด่าได้นะคะ รอบที่แล้วมีคนหาว่าน้องแก่แดด ไม่มีมารยาท เราก็แอบเสียใจแต่เราก็จะเล่าให้ลูกฟังนะว่าเป็นยังไง เราก็บอกว่ามีคนบอกหนูไม่สวัสดีคน หนูไม่ยิ้ม ไม่ทักทายใคร เราก็คุยให้เขาฟัง แล้วเขาก็จะถามกลับมาว่า แล้วมันเป็นยังไงคะ เราก็จะบอกต่อว่า มันไม่ดีนะ คนที่เขาทักเราก็จะเสียใจ เขาก็บอกว่าต่อไปนี้เขาจะไม่ทำ”

พอข่าวออกมาแบบนี้เราเครียดไหม?
“เอาจริงๆ ก็นอยด์นะ เด็กสามขวบกว่าจะไปคาดหวังอะไรกับเด็กมันก็ไม่ได้อยู่แล้ว อากาศร้อนร้อนบางทีเราเองก็ยังไม่ไหว แต่เราก็เข้าใจแหละไม่เป็นไร แต่คนที่โมโหอ่ะคือพ่อเขา”

ตอนนี้ข่าวเริ่มซาๆ ลงไปบ้างหรือยังกับบางคนที่ชอบไปเม้นท์ในไอจีว่าน้อง?
“เอาจริงๆ คนที่ว่าก็มีแค่บางเว็ปเท่านั้น มันก็แค่เว็ปเดียว แล้วต้องบอกเลยว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่คนเข้ามาคอมเม้นท์ในที่ต่างๆ ร้อยเปอร์เซ็นต์คือกล้าพูดเลยว่าไม่มีใครเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาเขียน เพราะเวลามีข่าวอะไรก็แล้วแต่ก็จะมีทั้งคนที่เก็นด้วยและไม่เห็นด้วย แต่อันนี้คนเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้เราไม่สนใจ และมั่นใจด้วยว่าเราเลี้ยงลูกในวิธีของเรา”

เห็นบอกว่าคุณพ่อโกรธมาก?
“เขาก็โกรธ เขาเขียนเลยว่าถ้าเขารู้ว่าเป็นใครจะไม่ยอม เขาก็ว่าหนิงนะว่าเธอรู้แล้วนิว่าเป็นใคร ทำไมไม่ยอมบอก เราก็รู้สึกว่าช่างเหอะ บางเรื่องมันรู้สึกว่าไร้สาระ ยิ่งเป็นเรื่องลูกเราอยากปล่อยไป ร้อยเปอร์เซ็นต์ที่บอกว่าน้องน่ารักแค่นั้นแหละเราโอเคแล้ว ซึ่งเราก็ไม่บอกว่าเป็นใคร ทุกวันนี้เขาก็ยังถามอยู่”

เราเคยให้สัมภาษณ์ว่ากลัววันนึงหากน้องโตขึ้นมันจะส่งผลต่อสภาพจิตใจน้อง?
“ใช่ กลัว ต้องบอกเลยว่าทุกวันนี้เด็กสามสี่ขวบกับสื่อโซเชียลมันทำให้เขารับรู้ไวมาก อย่างข่าวเมื่อสามสี่ปีที่แล้วร้องก็ถามนะว่าพ่อกับแม่มีข่าวอะไรกัน อันนี้ต้องบอกเลยว่าเราสะเทือนใจนะ เราก็จะระวัง แต่การที่เราระวังอย่างเดียวมันไม่เพียงพอ โลกสมัยนี้มันไปไกลถึงไหนแล้ว เราก็จะสอนเขาเลยว่า เห็นไหมณิรินถ้าเราทำไม่ดีคนก็จะว่าเรา ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้คนว่า อยากให้คนรัก ณิรินก็ต้องทำตัวดีๆ นะ คือหนิงจะมีลิมิตในการให้เขาเล่นมือถือ 15 นาทีต่อวัน ถ้าวันไหนเกินต้องหยุดและวันต่อไปเขาจะไม่ได้เล่นเลย”

เห็นวันวาเลนไทน์ไม่สบายแอดมิทอยู่โรงพยาบาล?
“ค่ะ ติดหวัดน้องณิรินค่ะเลยป่วยหนักเลย แอดมิทไป 4 วัน”

ภาพนั้นเลยทำให้คนคิดว่าเรากำลังตั้งท้องน้องคนที่สอง?
“ยังค่ะ แต่ตอนนี้ยังอยู่ในกระบวนการของการพบแพทย์จริง จากไม่สบายก็อาจจะทำให้เราไม่สมหวังอะไรหลายๆ อย่าง”

แต่กระแสข่าวออกมาว่าที่ไปนอนโรงพยาบาลเพราะน้องหลุด?
“ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ แต่ไม่สบายก็มีผลต่อการทำให้อะไรหลายๆ อย่างไม่สมหวัง ร่างกายไม่แข็งแรง แต่ยังจะเดินหน้าต่อไปค่ะ ขอลุ้นอีกสักครั้งนึงแล้วกัน หมอบอกให้เราพักผ่อนให้แข็งแรงแล้วเดินหน้าที่จะทำต่อไปค่ะ คือก่อนหน้าเรามีการคุยกับหมอ เตรียมใส่ตัวอ่อนเรียบร้อยแล้วเพื่อให้เขาเจริญเติบโต และพอดีเราไม่สบาย บวกกับเราเป็นคนไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว เจ้าโรงพยาบาลทานยาไม่ได้ ใส่แต่น้ำเกลือและวิตามิน เดี๋ยวก็ลุกเข้าห้องน้ำ ลุกขึ้นลุกลงตลอดค่ะเลยไม่สำเร็จ ก็ต้องรอดูต่อค่ะ แต่หนิงยังแพลนว่าต่อเนื่องเลย ช่วงนี้ก็จะมีเวลาถึงรอบที่คุณหมอนัด ก็จะพยายามออกกำลังกายให้เราแข็งแรง”

ทางพี่จินมีสั่งให้เราพักงานไหม เพราะดูเราก็โหมงานเยอะ?
“เขาก็บ่นนะ แต่หลังๆ หนิงก็ทำงานน้อยลงแล้วนะคะ คือทุกคนก็ให้กำลังใจ แต่มันก็ยังไม่ใช่เรื่องที่แย่มาก”